Friendtalkative Podcast podcast

EP598 Book Talk หนังสือ Do Nothing

0:00
9:29
15 Sekunden vorwärts
15 Sekunden vorwärts

หนังสือ Do Nothing: How to Break Away from Overworking, Overdoing, and Underliving ของ Celeste Headlee

- เมื่อการไม่ทำอะไร (บ้าง) จะช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และสามารถมีส่วนช่วยลดความตึงเครียดลงได้อย่างมหาศาล

- สิ่งที่เราควรหยุดพักมากที่สุด ก็คือความคิดที่จะสร้างประสิทธิผลของทุกสิ่งทุกอย่างตลอดเวลา หากการสร้างประสิทธิผลของทุกสิ่งต้องประกอบกับคำว่าพอดีเสมอ

- การเข้าไปแทรกแซงสิ่งต่าง ๆ ก็จะทำให้ทุกสิ่งถูกบิดเบี้ยวไปจากสิ่งที่มันควรจะเป็น นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องทำอะไร แต่เราต้องเลือกว่าเราทำไปแล้วดีขึ้นจริงไหม

- หากเราเคยสังเกตเห็นคนที่ต้องทำตัวดูยุ่งตลอดเวลา คือดูเหมือนมีงานทำอยู่ตลอด ไม่เคยหยุดพัก แล้วแถมว่าเจ้านายก็ยังชอบพอคนเหล่านี้ นั่นคือสิ่งที่ผิดอย่างมหันต์เลย

- จุดเริ่มต้นไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งอื่น แต่กลับกลายเป็นเริ่มต้นจากตัวเราเอง ความคิดที่ถูกต้อง นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ถูกต้อง จงฟังคนที่มีความคิด การกระทำ และคำพูดที่ถูกต้องอยู่เสมอ

Weitere Episoden von „Friendtalkative Podcast“

  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP624 Deep Conversation แม่ไม่ยอมให้อิสระกับเราแถมเวลาเราไปทำรายงานยังตามเราไปอีกจะแก้ยังไงดี

    10:02

    มีคนมาปรึกษาว่า พี่ครับพอมีเวลารับฟังปัญหาไหมครับ คือเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วครับ แต่ตอนนี้ก็ยังแก้ปัญหานั้นไม่ได้เลย ตอนนี้คือเราก็ ม.4 แล้วนะ แต่เสียความรู้สึกมากที่แม่ยังไม่ปล่อยผมไปไหนเลย แบบว่าให้ออกไปข้างนอก ได้ใช้ชีวิตเอง แก้ไขปัญหาเอง อะไรอย่างนี้ครับ แล้วตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันจะอดทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ นะ ขนาดผมไปทำรายงานของโรงเรียน แม่ก็ยังตามผมไปเลย พอจะมีทางแก้ไขได้อยู่ไหมครับ มันก็จริงอยู่ที่ผมคิดว่าเราควรอดทน แต่เราก็อดทนมามากพอแล้วนะ กับพฤติกรรมของแม่ที่ไม่เข้าใจลูก พอบางสิ่งที่เรายังไม่รู้หรือสงสัยอะไร พอไปปรึกษาแม่ เขาก็ไม่ได้รับฟังเลยเหมือนกัน มีแต่จะว่ากล่าว ดุด่า ตอนนี้มีแค่พี่สาวกับพ่อที่เข้าใจผมอยู่ - ปัญหาเรื่องครอบครัว เป็นสิ่งเดียวที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ แต่บริบทของผู้ถูกกระทำ จะให้แก้ยังไงไปมากกว่าให้แก้ที่ใจ - หากมีพ่อแม่มาปรึกษาแล้วเขาพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังคำปรึกษา ลดอัตตาตัวตนว่าฉันเป็นพ่อนะ เป็นแม่นะ สิ่งเหล่านี้ยังพอมีโอกาสที่เราจะมีพื้นที่หายใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะคนกระทำไม่ใช่เรา - ความสุขในวันนี้ คือการที่เราได้เกิดมาบนโลกที่ยังพอมีพระธรรมหลงเหลืออยู่ แน่นอนว่าอีกไม่นานทุกสิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องเสื่อมสลายเป็นธรรมดา วันนี้สังเกตให้ได้ว่าเราพอทำอะไรได้บ้าง - ทุกครั้งที่เรากำลังปรึกษาใครก็ตาม สิ่งแรกที่เราจะได้รับคือความคิดเห็นใหม่ ๆ มันคือก้าวแรกของการเปิดใจรับฟังไอเดีย หรือทัศนคติด้านอื่น ๆ ถึงแม้ว่ามันจะดีบ้าง แย่บ้าง แต่นี่คือการลองอะไรใหม่ ๆ ของชีวิต - ไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาสักแค่ไหน ขอแค่เราเชื่อว่าปัญหานี้จะต้องผ่านพ้นไป มันผ่านเพราะระยะเวลาก็ได้ และมันก็ผ่านเพราะเราก้าวผ่านปัญหาไปได้เอง มันอยู่ที่เราเลือกแล้วแหละว่าเราอยากจะทนอยู่หรืออยู่ทน
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP623 Special Formula 3 กลุ่มคนที่ทำให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนแปลงไป

    9:14

    ข้อความทวิตจาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "มนุษย์นั้นคล้ายกันกับเครื่องจักรในการลอกเลียนแบบ เราเรียนรู้จากการที่เราทำตามคนข้าง ๆ เรา โดยปกติแล้ว เราลอกเลียนแบบใน 3 กลุ่มหลัก ๆ ก็คือ 1. คนใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัวเขาทำอะไรให้เราเห็น 2. คนอื่น ๆ ผู้คนในสังคมกำลังทำอะไรกันอยู่ และ 3. คนที่มีอิทธิพล ผู้มีอำนาจเขาทำอะไรกับอำนาจเหล่านั้นบ้าง" - หากเราพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเราจะพบว่า ปัญหาของการลอกเลียนแบบคือเรามักจะไม่รู้ตัวว่าเรากระทำสิ่งเหล่านั้นไปเพราะอะไร - ตัวชี้วัดของชีวิตอาจจะอยู่ที่คนรอบข้างเป็นสำคัญ บางครั้งมันเป็นอะไรที่ยากมากที่จะต้านทานแรงสภาพแวดล้อม การมีจุดยืนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง - เมื่อเพื่อนและครอบครัวเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของเรา ดังนั้น การที่เราจะไปบอกว่าครอบครัวและเพื่อนไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเรา จึงไม่ใช่ฐานะที่เป็นไปได้เลย - จงระมัดระวังการที่เราเข้าไปในกลุ่มเพื่อนที่เราคิดว่า ในอนาคตเราจะไม่สามารถพึ่งพาอาศัยเขาเหล่านั้นได้ เพราะการที่เราตัดสินใจเลือกทางเดินจะแปรผันตรงกันกับกลุ่มเพื่อนเสมอ - การมีสติในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้เราเข้าใจว่าบางสิ่งที่คนรอบข้างแสดงออก ก็ไม่ใช่ว่าจะมีดีทั้งหมด และก็แน่นอนว่าไม่ได้มีเสียทั้งหมดเช่นกัน ให้เลือกนำมาปรับใช้ตามสมควร
  • Friendtalkative Podcast podcast

    Verpasse keine Episode von Friendtalkative Podcast und abonniere ihn in der kostenlosen GetPodcast App.

    iOS buttonAndroid button
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP622 Book Talk หนังสือ Surrounded by Psychopaths

    10:41

    หนังสือ Surrounded by Psychopaths: or, How to Stop Being Exploited by Others ของ Thomas Erikson - เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นคนที่หวาดกลัวผู้คน และสังคมรอบข้างตัวเรา รวมถึงการที่เราเป็นโรคทางจิตใจมันคืออะไรกันแน่ - คำว่า Psychopath มาจากคำว่า Psycho (จิตใจ) และ Pathy (ความรู้สึกและความทุกข์) ที่แปลว่าความรู้สึกที่มีผลทางจิตใจในด้านลบ แน่นอนว่าการที่เราจะเข้าใจอารมณ์ในจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก - ความแตกต่างระหว่างความทุกข์ กับความรู้สึกทุกข์นั้น คือการแยกระหว่างความรู้สึกทุกข์ที่เป็นตัวเอง และความทุกข์ที่เป็นสิ่งที่เข้ามากระทบจิตใจ หากว่าเราคิดว่าความรู้สึกทุกข์คือตัวเรามันจะส่งผลอันเลวร้ายมาให้อย่างมหาศาล - เราทุกคนล้วนแต่แวดล้อมไปด้วยผู้คนที่มีปัญหาทางจิตใจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องถึงขั้นเป็นโรคจิตเสมอไป แต่เราจะพูดในแง่มุมว่าโอกาสที่เราจะประสบพบเจอเป็นเรื่องธรรมดา และวิธีการรับมือก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด - การสังเกตผู้คนเป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคสมัยนี้มาก การเชื่อใจจะลดน้อยลงหากเราไม่เข้าใจพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ สังคมนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่หน้าที่เราไม่ใช่ไปกีดกัน เพียงแต่เปิดรับให้โอกาสตามสมควร
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP621 Deep Conversation เพื่อนขอลอกข้อสอบแถมยังชอบแซวตอนเราได้คะแนนดีกว่าด้วยจะแก้ยังไงดี

    7:32

    มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ อยากปรึกษาเรื่องเพื่อนอะค่ะ เราไม่รู้ว่าเพื่อนจะโกรธเรารึเปล่า หรืออาจจะเคือง ๆ กับการกระทำของเรา แต่เราว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องที่สุดแล้ว เรื่องเกิดขึ้นช่วงตอนที่จะสอบค่ะ อย่างวันนี้สอบกลางภาคค่ะ เราได้นั่งข้าง ๆ กับเพื่อนในกลุ่ม แล้วปกติเพื่อนก็จะลอกเราตลอด แต่ก่อนเราก็ยอมนะคะ เพราะเรากลัวเพื่อนจะเคืองถ้าเราไม่ยอม แต่ครั้งนี้เป็นการสอบกลางภาคค่ะ เพื่อนก็ขอลอกเหมือนเดิมนะคะ แต่เราไม่ได้ให้เพื่อนลอก แล้วเพื่อนก็ดูเหมือนว่าหมั่นไส้เรา แต่ก็อาจจะเป็นเพราะแต่ก่อนเราให้เพื่อนลอก แต่ก่อนหน้านี้เราก็พยายามไม่ให้เขาลอกนะคะ เราก็คิดมาตลอดว่ามันไม่ดี เดี๋ยวเขาก็คงได้รับบทเรียนเอง แต่เราก็ผิดด้วยที่ให้เขาลอก แต่ตอนนี้เราว่ามันไม่ควรจริง ๆ มันเป็นการสอบกลางภาค ถ้าไม่ติดเรื่องโควิดก็สอบปกติ นั่งตามเลขที่ เพื่อนเขาไม่คิดเลยเหรอว่ามันไม่สมควร เราอาจจะกลัวเพื่อนไม่ยอมรับในตัวเราด้วยลึก ๆ แล้ว แต่เราว่าเราก็อยู่คนเดียวได้ ถ้าไม่มีเพื่อนมาจริง ๆ แล้วอีกอย่างเวลาสอบ ถ้าปรากฏว่าเราได้คะแนนสอบมากกว่า เพื่อนก็จะพูดแปลก ๆ กับเรา เหมือนแซะเบา ๆ หรืออาจไม่ได้แรงถึงขั้นแซะ แค่แซว ๆ แต่เราก็รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกยินดีด้วย เราแค่ไม่อยากรู้สึกแบบนี้กับเพื่อน พยายามมองข้ามหลายครั้งแล้วค่ะ อีกเรื่องด้วยค่ะ เรารู้ว่าเราเป็นคนที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง แต่สำหรับเพื่อนหรือบุคลิกที่เราแสดงออก อาจจะเป็นคนเข้าถึงง่ายปกติ แล้วเหมือนเพื่อนก็ไม่ค่อยเกรงใจเราเลย เพราะเราสังเกตหลายครั้งแล้ว และก็รู้สึกว่าไม่ได้คิดไปเอง เวลาเพื่อนฝากทำอะไร เราก็ไม่ค่อยกล้าปฏิเสธ แต่เขาก็ไม่ค่อยฝากเพื่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่ม เพราะบางทีเราก็อยากให้เพื่อนเกรงใจเราบ้าง ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยแต่เราช่วยเขาทุกครั้งไม่ได้จริง ๆ ค่ะ เราคิดว่าคนเรายิ่งสนิท มันจะต้องยิ่งเกรงใจ รักษาน้ำใจกัน เราก็พูดได้เต็มปากว่าเราไม่ค่อยแสดงออกให้เพื่อนกลุ่มนี้เห็นตัวตนของเราทั้งหมด เรื่องยาวหน่อย ขอโทษนะคะ แล้วเราควรจะทำยังไงดีคะ ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย ควรคุยกับเพื่อนตรง ๆ หรือแก้ปัญหาที่ความรู้สึกตัวเองดีกว่า - ปัญหาที่การสื่อสารเป็นปัญหาที่สำคัญมากเหมือนกัน หากว่าเราไม่เคยพูดหรือไม่เคยบอก มันก็จะส่งผลให้มีคนที่เขาไม่ละเอียดอ่อนทางความรู้สึกเข้าใจพลาดไปได้โดยง่าย - แต่ละคนก็แต่ละหนึ่ง ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เราเป็นได้ทั้งหมด บางคนอาจจะเห็นเราเงียบ ๆ ไม่ได้ตอบปฏิเสธอะไรก็คิดเอาเองว่าเราไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่เราไม่ไหวแล้ว แต่แค่ไม่เอ่ยปากบอกไป - เรื่องการกระทำที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง แล้วการสอบกลางภาค หรือปลายภาคก็ตามแต่ จริง ๆ ก็รวมถึงการสอบทุกอย่าง เราควรทำด้วยตัวของเราเอง เพราะการทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง - หากเป็นการอยู่มหาวิทยาลัย การสอบจะเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมาก ๆ เพราะถ้าจับได้ว่าโกงข้อสอบก็คือให้เพิกถอนวิชานั้นไปเลย เท่ากับเราอาจจะต้องเรียนซ้ำอีกรอบหนึ่ง ซึ่งมันไม่คุ้มเลยกับการกระทำแบบนี้ - เรื่องบางเรื่องอนุโลมได้ก็อนุโลม ไม่จำเป็นต้องจริงจังเอาเป็นเอาตาย แต่หากว่าเรื่องนั้นส่งผลต่อชีวิตเราและคนอื่น เราก็ควรที่จะระมัดระวังในการตัดสินใจด้วยเสมอ ไม่ปล่อยให้อะไรมาทำลายชีวิตเรา เพียงเพราะแค่ต้องการให้คนอื่นสบายใจ
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP620 Special Formula การเรียนรู้ที่รวดเร็วคือการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ผู้อื่น

    8:51

    ข้อความทวิตจาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การย้ำเป็นทางที่รวดเร็วในการเรียนรู้จากผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือที่ดี การสนทนากับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์นั้น ๆ มาก่อน และก็ขบคิดในเรื่องบทเรียนจากอดีต จงเรียนรู้จากการทดลองในประวัติศาสตร์ที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว และคุณสามารถย่นย่อระยะทางได้กึ่งหนึ่งเพื่อไปถึงเส้นชัยนั้น" - หากเราต้องการทางที่ลัดสั้นที่สุด การเรียนรู้จากผู้อื่นนั่นแหละคือทางนั้น หากเราไม่สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นได้ เราจะเสียเวลากับชีวิตไปมาก - ไม่ว่าจะเป็นการย่นย่อเวลา รวมถึงการที่เราจะตกผลึกจากชีวิตได้จริง ก็จำเป็นจะต้องเริ่มจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงก่อนอันดับแรก เพราะความจริงก็คือความจริง - การอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกใบนี้ ไม่เพียงแค่เราอ่านเพราะเราจำ แต่เราต้องอ่านแบบเปิดใจเพื่อตระหนักรู้มันให้ได้ว่า คนเขียนต้องการสื่อสารอะไรกับเรา หากเราไม่เข้าใจอรรถเราจะพลาดในการอ่านไป - เมื่อประสบการณ์ในอดีตเป็นตัวชี้วัดในอนาคต ว่าเราจะมีท่าทีอย่างไรกับปัจจุบันนี้ หากเราเพิกเฉยมันต่อไป อดีตนั้นก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะหน้าที่ของอดีต คือมาเพื่อย้ำเตือนว่าวันนี้ควรปรับปรุงแก้ไขสิ่งใดบ้าง - ทั้งนี้ ชีวิตจะดีหรือแย่ ก็ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับวันนี้ทั้งหมด ไม่มีอะไรหักล้างวันนี้ไปได้เลย ประวัติศาสตร์เป็นเพียงแค่ตัวย้ำเตือนว่าเราควรจะรับมืออย่างไร เพราะเวลาเดินทางเป็นเส้นตรง แต่เหตุการณ์เดินทางเป็นวงกลม ซึ่งไม่มีวันบรรจบกันได้เลย
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP619 Book Talk หนังสือ Grasp

    8:34

    หนังสือ Grasp: The Science Transforming How We Learn ของ Sanjay Sarma - การเรียนรู้แบบยึดเกาะ คือ การเรียนรู้แบบฝึกฝนการจดจำในส่วนลึกของสมอง แน่นอนว่ามันจะต้องใช้การเข้าใจร่วมด้วยเสมอ - หากการศึกษาและค้นคว้านี้ สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างแพร่หลาย เราจะสามารถสร้างบุคลากรทางสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น - ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการเรียนรู้ที่บกพร่อง ก็จะสามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อมาปิดช่องว่างระหว่างการเรียนรู้นั้น ๆ ได้ รวมถึงพัฒนาจากสิ่งเดิมด้วยเช่นกัน - สมองนั้นถูกออกแบบให้จดจำมากกว่าทำความเข้าใจ หากเราสามารถประยุกต์ได้ทั้งความจำ และความเข้าใจเข้าด้วยกัน เราจะสามารถสร้างข้อมูลที่ไม่มีวันเลือนหายไปได้เลย - ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือการเรียนรู้เชิงพื้นฐานแต่อย่างใด แต่เป็นหนังสือที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาแบบถอนรากถอนโคน เพื่อให้การศึกษานั้นยอดเยี่ยมกว่าเดิม
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP618 Deep Conversation อยากรู้จักรุ่นพี่เพราะว่าเขาคือคนที่เราอยากทำความรู้จักด้วยทำยังไงดี

    8:52

    มีคนมาปรึกษาว่า คือเราแอบชอบรุ่นพี่คนนึงค่ะ เขาอยู่ ม.6 และเราอยู่ ม.4 แต่ไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้โคจรมาเจอกันได้เลย เราอยากจะทำความรู้จักกับเขา แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพื่อนเขาเราก็ไม่รู้จักด้วย เฟซบุ๊กเขาเราก็ยังไม่ได้แอดไป ไอจีเขาเราก็ไม่ได้ติดตามค่ะ อีกอย่างพี่เขาอยู่ ม.6 แล้ว เหลือเวลาไม่มาก เราไม่รู้จะทำยังไง พูดง่าย ๆ เราอยากมีคน ๆ นี้ในชีวิต ไม่ว่าจะในสถานะไหนก็ตาม แล้วก็ไม่อยากปรึกษาเพื่อนด้วย เราไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครเลย ปกติเรามีอะไรจะปรึกษาเพื่อนตลอด รู้สึกว่าไม่อยากจะเข้าหาเขาเหมือนวิธีที่เคยทำมาเลยค่ะ หรืออีกแง่มุมนึงเราอาจจะยังไม่เปิดใจเรื่องความรักรึเปล่า เราก็ไม่แน่ใจ ควรทำยังไงดีคะ - ปัญหาของความรักในวัยเรียน คือมันแยกออกยากระหว่างจะเริ่มต้นเลยหรือว่ารอก่อนดี แน่นอนว่าคำตอบอยู่ในประโยคที่เล่ามาทั้งหมดแล้ว - ลองคิดเล่น ๆ ว่าอะไรก็ตามแต่ที่พอเราอายุเยอะ หรือว่าผ่านอะไรมาเยอะมากแล้ว ณ ขณะที่เรามองย้อนกลับไปเราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำลงไป ให้เรากระทำสิ่งนั้นได้เลย - เวลาเป็นสิ่งที่ล่วงเลยผ่านไปแล้วไม่ย้อนกลับมาอีกเลย ชีวิตนี้มีแค่ครั้งเดียว นั่นอาจจะหมายความว่า เราจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่งเสมอ จะปล่อยไปหรือว่าบอกความในใจก็เลือกได้เลย - เราทุกคนล้วนผ่านการโดนเพิกเฉยบ้าง โดนปฏิเสธบ้าง หรือโดนสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ นานาบ้าง แต่กระนั้นจงเรียนรู้ไว้สิ่งหนึ่งว่า มนุษย์ทุกคนจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ทำลงไป แม้ว่ามันจะล้มเหลวเสมอ - ยิ่งเราไม่มีข้อจำกัด และไม่มีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมาย มันอาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจก็ได้นะ เพราะบางทีการบอกความในใจไม่จำเป็นต้องสารภาพรักอย่างเดียว ก็แค่ลองเริ่มต้นเข้าไปทักทายแค่นั้นเอง
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP617 Special Formula ไอเดียที่ง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยการกระทำอย่างตั้งใจมั่น

    9:26

    ข้อความทวิตจาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ดังประโยคที่ว่า 'นำไอเดียง่าย ๆ มา และใช้มันอย่างจริงจัง - Charlie Munger' ยกตัวอย่างเช่น วิดพื้นเพียงแค่ไม่กี่เซ็ทในแต่ละวัน นี่เรียกว่าไอเดียง่าย ๆ อดออมเพียงแค่เดือนละ 10% ของรายได้นี่เรียกว่าไอเดียง่าย ๆ และลองส่งข้อความขอบคุณไป นี่ก็เรียกว่าไอเดียง่าย ๆ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยนำไอเดียง่าย ๆ แล้วทำมันอย่างจริงจังเลย" - หากเรามองว่าทุกอย่างมันคือสิ่งง่าย ๆ ไม่ต้องจริงจังก็อาจจะทำให้เราพลาดจุดที่สำคัญของชีวิตไปได้ - ลองมองสิ่งที่ทำอยู่เป็นงานอดิเรกดู แต่เราเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจังที่จะกระทำงานนั้น ๆ อย่างแท้จริง - เหมือนกับว่าเราทุกคนจำเป็นจะต้องมองบางสิ่งอย่างให้เป็นความธรรมดาสามัญ ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร แต่ทุกครั้งที่เราให้ความสำคัญ เราก็จำเป็นจะต้องทุ่มเทกับมัน - ความสำเร็จของชีวิตจะประกอบไปด้วยความตั้งใจมั่นกับสิ่งที่เราทำ เพราะตราบใดที่เราไม่เคยให้ความสำคัญกับอะไรจริง ๆ เราก็จะไม่สามารถได้รับสิ่งนั้นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้เลย - ทั้งนี้ การคิดแบบง่าย ๆ แต่ทำแบบยาก ๆ มันคือการสื่อถึงความตั้งใจ รวมถึงมันเป็นกลยุทธ์การคิดแบบไม่ซับซ้อนจนเกินไป ที่ช่วยทำให้เราทำตามความคิดนั้น ๆ ได้เลย แค่ลองทำมันดูแค่นั้น
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP616 Book Talk หนังสือ Invent and Wander

    8:50

    หนังสือ Invent and Wander: The Collected Writings of Jeff Bezos ของ Jeff Bezos - หากเราจะเปรียบเทียบประสบการณ์เป็นหนังสือ ประสบการณ์นั้นจะสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าหากว่ามันประกอบด้วยการตกผลึกของความเข้าใจประสบการณ์อย่างแท้จริง - ทุกสิ่งเริ่มต้นที่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นวันนี้ หรือวันต่อ ๆ ไปก็เป็นวันแรกอยู่เสมอ นั่นจึงจะเป็นสาเหตุที่ว่าเราไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อยอดไปได้เลย เพราะทุกวันคือวันแรกเสมอ - ไม่ว่าจะเป็นการทำงานใด ๆ ก็ตามแต่ เราจะต้องตระหนักรู้ถึงผลกำไรอยู่เสมอ กระนั้น การสร้างกระแสเงินสดจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบริษัทคำนึงอยู่ตลอดเวลา - เปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า ถ้าเครื่องจักรในโรงงานหนึ่งสามารถมีอายุการใช้งาน 10 ปี แต่แล้วเราไม่สามารถพัฒนาเครื่องจักรนี้ได้อีก เราจะต้องคำนวนดูว่ามันมีจุดคุ้มทุนตรงไหน - ทั้งนี้ หนังสือเล่มนี้ไม่มีอะไรใหม่ มีแต่ความเก่าแต่น่าสนใจ เพราะสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในหนังสือเล่มนี้ คือ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถนำไปใช้ตามผู้เขียนได้ทั้งหมด เพราะมันคือจิตวิญญาณที่ส่งผ่านตัวหนังสือ
  • Friendtalkative Podcast podcast

    EP615 Deep Conversation ไม่มีเพื่อนคนไหนที่พอจะระบายความทุกข์ได้เลยแถมคบเราเพียงเพราะผลประโยชน์

    11:03

    มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีครับ คือตอนนี้รู้สึกดาวน์มาก รู้สึกว่ามีเพื่อนที่ไม่สนิทสักคนที่พอจะระบายอะไรให้ฟังก็ไม่ได้สักอย่าง ทุกคนดูเมินเฉยเราไปหมดเลยแล้วยังชอบเอาเราไปนินทาลับหลังแบบสนุก ๆ ขำ ๆ กันเอง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเราไม่เคยตลก หรือมีความสุขเลยแม้ว่าเรายิ้มให้เขา หรือหัวเราะได้ แม้กระทั่งเราไปเที่ยวเขายังไม่เคยชวนเรา ไม่เคยเอ่ยปากถามสักคำเหมือนว่าเราเป็นเพื่อนที่เขาคบไว้เพื่อผลประโยชน์ เราอยากจะถอยออกจากจุด ๆ นี้มาก อยากตายไปให้พ้น ๆ โลกนี้ ทำไมโลกไม่สวยงามเหมือนที่เราคิดไว้เลยนะ - บางทีโลกก็เหวี่ยงตัวเราให้ไปค้นพบกับบางสิ่งเสมอ มันจะล้ำค่าหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองนั้นเลือกสรร หากแต่เพียงชีวิตกำลังจะมาบอกกับเราว่า จงโอบกอดตัวเองเสมอ - ถ้าหากเรามองว่าโลกใบนี้ไม่สวยงามอย่างที่คิด แล้วโลกนี้สวยงามในรูปแบบใดกันเล่า รวมถึงโลกใบนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 1. สนามฝึกซ้อม และ 2. หลุมโคลนตม - โลกไม่มีหน้าที่บอกให้เราทำสิ่งใด และโลกย่อมมอบพื้นที่ให้แต่ละคนเท่ากันเสมอ คล้าย ๆ กับคะแนนจิตพิสัยที่คุณครูมักจะบอกว่า คะแนนเต็มอยู่แล้ว 100 คะแนน มันอยู่ที่เราเลือกว่าจะลดมันลง หรือให้มันเต็มอยู่อย่างนั้น - ความตายไม่เคยบอกว่ามันคือทางออก และแน่นอนว่าความตายเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านของบางสิ่ง หากบทเรียนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้นก็จำเป็นจะต้องกลับมาเพื่อเรียนซ้ำอีกรอบหนึ่ง ชีวิตเหมือนการสอบ สอบไม่ผ่านก็ต้องสอบซ่อม - มุมมองนั้นสำคัญมากที่สุดในสากลจักรวาล สิ่งที่เรากำลังโทษโลกว่ามันไม่สวยงาม เพียงเพราะเราเจอเรื่องเลวร้าย หรือเพราะว่าสิ่งที่เราคิดมันไม่ได้เป็นดังใจหวัง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นโลกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชีวิตของเราเลย

Hol dir die ganze Welt der Podcasts mit der kostenlosen GetPodcast App.

Abonniere alle deine Lieblingspodcasts, höre Episoden auch offline und erhalte passende Empfehlungen für Podcasts, die dich wirklich interessieren.

iOS buttonAndroid button
© radio.de GmbH 2021radio.net logo